ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

2554-04-21

โคเนื้อ



โคพื้นเมือง
โคพื้นเมืองของไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับโคพื้นเมืองของประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียลักษณะรูปร่างกระทัดรัด ลำตัวเล็ก ขาเรียวเล็ก ยาว เพศผู้มีหนอกขนาดเล็ก มีเหนียงคอแต่ไม่หย่อนยานมาก หูเล็ก หนังใต้ท้องเรียบมีสีไม่แน่นอน เช่น สีแดงอ่อน เหลืองอ่อนดำ ขาวนวล น้ำตาลอ่อน และอาจมีสีประรวมอยู่ด้วย เพศผู้โตเต็มที่หนักประมาณ300-350 .. เพศเมีย 200-250 ..


โคพันธุ์บราห์มัน
มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย แต่ถูกปรับปรุงพันธุ์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในบ้านเราส่วนใหญ่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ และออสเตรเลีย แล้วนำมาคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์โดยกรมปศุสัตว์และฟาร์มของเกษตรกรรายใหญ่ในประเทศเป็นโคที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ลำตัวกว้างยาว และลึก ได้สัดส่วน หลังตรง หนอกใหญ่ หูใหญ่ยาว จมูก ริมฝีปาก ขนตา กีบเท้าและหนังเป็นสีดำ เหนียงทีคอและหนังใต้ท้องหย่อนยาน โคนหางใหญ่ พู่หางสีดำ สีจะมีสีขาว เทา และแดง ที่นิยมเลี้ยงกันมากคือสีขาว เพศผู้โตเต็มที่หนัก 800-1,200 ..เพศเมียประมาณ 500-700 ..
โคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์
ถิ่นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส มีสีขาวครีมตลอดตัว รูปร่างมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขาสั้น ลำตัวกว้าง ยาว และลึก มีกล้ามเนื้อตลอดทั้งตัว นิสัยเชื่อง เป็นโคที่มีขนาดใหญ่มาก เพศผู้เมื่อโตเต็มที่หนัก1,100 .. เพศเมีย 700-800 ..


โคพันธุ์ตาก
เป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ชาร์โรเล่ส์กับพันธุ์บราห์มัน โดยศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก ทำการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ดำเนินการโดยนำน้ำเชื้อโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ผสมกับแม่โคบราห์มันพันธุ์แท้ ได้โคลูกผสมชั่วที่ 1 (เรียกว่าโคพันธุ์ตาก 1) ที่มีเลือด 50% ชาร์โรเล่ส์ และ 50% บราห์มันผสมแม่โคเพศเมียชั่วที่ 1 ด้วยน้ำเชื้อบราห์มันพันธุ์แท้ได้ลูกโคชั่วที่ 2 (เรียกโคพันธุ์ตาก 2) ซึ่งมีเลือด 25% ชาร์โรเล่ส์ และ 75%บราห์มัน ผสมแม่โคเพศเมียชั่วที่ 2 ด้วยน้ำเชื้อโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ ได้ลูกโคชั่วที่ 3(เรียกว่าโคพันธุ์ตาก) ซึ่งมีเลือด 62.5% ชาร์โรเล่ส์ และ 37.5% บราห์มัน แล้วนำโคชั่วที่3 ผสมกัน คัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นโคเนื้อพันธุ์ใหม่ เรียกว่า โคพันธุ์ตาก


 
โคพันธุ์ซิมเมนทัล
มีถิ่นกำเนิดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นิยมเลี้ยงกันในประเทศยุโรป ในเยอรมันเรียกว่าพันธุ์เฟลคฟี (Fleckvieh) ได้รับการปรับปรุงพันธุ์เป็นโคกึ่งเนื้อกึ่งนม ในประเทศสหรัฐอเมริกานำไปคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นโคเนื้อ ลำตัวมีสีน้ำตาลหรือแดงเข้มไปจนถึงสีฟางหรือเหลืองทองและมีสีขาวกระจายแทรกทั่วไป หน้าขาว ท้องขาว และขาขาว เป็นโคขนาดใหญ่ โครงร่างเป็นสี่เหลี่ยม ลำตัวยาว ลึก บั้นท้ายใหญ่ ช่วงขาสั้นและแข็งแรงเพศผู้โตเต็มที่หนักประมาณ1,100-1,300 .. เพศเมีย 650-800 ..


โคพันธุ์กบินทร์บุรี
          เป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ซิมเมนทัลกับพันธุ์บราห์มัน โดยศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรี (ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอกบินทร์บุรี) สร้างโคพันธุ์ใหม่ให้เป็นโคกึ่งเนื้อกึ่งนม โดยลูกโคเพศผู้ใช้เป็นโคขุน และแม่โคใช้รีดนมได้ การปรับปรุงพันธุ์ดำเนินการโดยนำน้ำเชื้อโคพันธุ์ซิมเมนทัลคุณภาพสูงจากประเทศเยอรมันผามกับแม่โคบราห์มันพันธุ์แท้ ได้ลูกโคชั่วที่ 1 ที่มีเลือด 50% ซิมเมนทัล และ 50% บราห์มัน แล้วผสมโคชั่วที่ 1 เข้าด้วยกัน คัดเลือกปรับปรุงให้เป็นโคเนื้อพันธุ์ใหม่เรียกว่า โคพันธุ์กบินทร์บุรี
 
โคพันธุ์ฮินดูบราซิล
เป็นโคที่มีเชื้อสายโคอินเดียเช่นเดียวกับโคบราห์มัน แต่ปรับปรุงพันธุ์ที่ประเทศบราซิลสีมีตั้งแต่สีขาวจนถึงสีเทาเกือบดำ สีแดงหรือแดงจุดขาว หน้าผากโหนกกว้างค่อนข้างยาว หูมีขนาดกว้างปานกลางและห้อยยาวมาก ปลายใบหูมักจะบิด เขาแข็งแรงมักจะเอนไปด้านหลัง หนอกมีขนาดใหญ่ ผิวหนังและเหนียงยานมาก เป็นโคที่มีขนาดใหญ่และค่อนข้างสูง เพศผู้โตเต็มที่หนัก 900-1,200 กก.เพศเมีย 600-700 กก.




การคัดเลือกโคเนื้อ

ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเลี้ยงโค มีคำแนะนำในการเลือกซื้อโค ดังนี้

ประเภทโคที่จะซื้อ
โคที่จะซื้ออาจเป็นโคสาวที่ยังไม่ได้รับการผสมพันธุ์ โคสาวตั้งท้อง แม่โคที่เคยให้ลูกแล้ว แม่โคท้อง
หรือแม่โคลูกติด หากซื้อโคสาวอาจราคาถูกแต่ไม่แน่ว่าอาจมีปัญหาการผสมติดหรือไม่ หากซื้อแม่โค
ท้องหรือมีลูกติดก็แน่ใจได้ว่าไม่มีปัญหาด้านการผสมติด แต่ราคาสูงกว่า การขนส่งแม่โคท้องต้อง
ระมัดระวังไม่ให้แท้งควรสอบถามว่าพ่อพันธุ์ของลูกในท้องเป็นพันธุ์ใดจะได้ต่อรองราคาได้เหมาะสม

การคัดเลือกโคเพื่อทำพันธุ์
                   มีคุณลักษณะ และสีประจำของแต่ละพันธุ์
                   เป็นโคสาวหรือหนุ่ม อายุประมาณ 2-5 ปี
                   ไม่เป็นโรค โดยเฉพาะโรคบรูเซลโลซีส เพราะเป็นอันตรายต่อโค
และติดต่อถึงมนุษย์ได้
                   มีพี่น้องหรือเครือญาติที่มีลักษณะดีเด่น
                   เชื่อง ไม่เปรียว ไม่ดุร้าย และไม่ดื้อ
                   โคเพศเมียมีเต้านม 4 เต้าได้ขนาด
                   ไม่อ้วนจนผิดปกติ
                   โตเร็ว หรือเติบโตตามอายุ
                   แม่โคที่ผสมพันธุ์แล้วควรให้ลูกได้ทุกปี ๆ ละ 1 ตัว
                   เป็นแม่โคที่เลี้ยงลูกดี
                   อวัยวะโดยทั่วไปและอวัยวะเพศสมบูรณ์
                   เลี้ยงเฉพาะโคที่ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดในปัจจุบัน


 
การควบคุมป้องกันและรักษาโรคโคเนื้อ
โรคในโคเนื้อ การเลี้ยงดูโคเนื้อ อย่างดีตามที่กล่าวมาแล้วจะทำให้โคเนื้อ มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรค แต่โดยทั่วไปแล้วผู้เลี้ยงควรรู้จักโรคที่สำคัญที่มักพบในโคเนื้อ เพื่อจะได้ ทำการป้องกันและรักษาได้ทัน

โคเนื้อไม่สบายหรือเป็นโรคมีอาการอย่างไร
กินน้อยลง หรือ ไม่กินหญ้า
ไม่เคี้ยวเอื้อง
ซึม นัยน์ตาขุ่นมัว หรือมีขี้ตามากปกติ
จมูกแห้ง มีไข้สูง

ขนหรือผิวหนังหยาบกร้าน

โรคเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร
เกิดจากการติดเชื้อโรคต่าง ๆ เช่นแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา
โรคขาดอาหารหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
สารพิษจากพืชและสัตว์ รวมทั้งยาฆ่าแมลงต่าง ๆ
โรคทางกรรมพันธุ์ได้รับจากพ่อแม่
การได้รับบาดเจ็บ
ความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ

เมื่อเกิดโรคขึ้นแล้วจะติดต่อหรือระบาดไปยังตัวอื่นอย่างไร
ติดต่อโดยตรงระหว่างตัวป่วยและตัวที่ดี เช่น หายใจรด เลียเสียดสี
ติดต่อทางอุปกรณ์เครื่องใช้หรือคนพาไป
แมลงหรือสัตว์อื่น เช่น เห็บ เหลือบ นก หนู แมลง พาไป
ติดต่อจากดิน เชื้อโรคบางโรคเมื่อเป็นแล้วจะคงทนอยู่ในดินได้นานหลายปี
ติดต่อโดยปนกับน้ำหรืออาหาร
ติดต่อโดยทางอากาศหรือลมหายใจ โดยการไอหรือจามออกจากสัตว์ป่วย
แล้วเชื้อปนไปกับอากาศหรือฝุ่นละออง

การสังเกตพฤติกรรมสัตว์ป่วย
ผู้เลี้ยงควรสังเกตความผิดปกติภายในฝูงตลอดเวลา เช่น การกินอาหาร การถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ พฤติกรรมของโคที่มีสุขภาพปกติและโคป่วยดังแสดงต่อไปนี้
                   พฤติกรรมปกติ

เมื่อปล่อยแปลง จะแทะเล็มหญ้าประมาณ 1-3 ชั่วโมง แล้วหยุดนิ่ง 10-20 นาที
จากนั้นเริ่มเคี้ยวเอื้อง ประมาณ 10-20 นาที แล้วแทะเล็มหญ้าสลับกันไป
เมื่ออยู่ในคอก จะเคี้ยวเอื้องและหยุดนิ่งสลับกันไป
ขณะหยุดนิ่งอาจยืนหรือนอน หูและหางยังคงกระดิกไล่แมลงตลอดเวลา
ในวันหนึ่งๆ โคจะดื่มน้ำ 3-4 ครั้ง ถ้าแปลงหญ้าไม่สมบูรณ์ วัวจะใช้เวลาทะเล็มหญ้ามากที่สุด อาจจะแทะเล็มหญ้าตลอดวัน โดยไม่หยุดพักนิ่งและเคี้ยวเอื้องเลย
ปัสสาวะปกติมีสีใส หรือสีเหลืองอ่อนๆ
ปกติโคถ่ายอุจจาระวันละประมาณ 8 ครั้ง คือ กลางวัน 5 ครั้ง กลางคืน 3 ครั้ง รวมอุจจาระหนัก ประมาณ 4-5% ของ น..ตัว ลักษณะอุจจาระขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร
การเต้นของหัวใจปกติ 60-70 ครั้ง/นาที
การหายใจปกติ 15-30 ครั้ง/นาที
อุณหภูมิร่างกายโคปกติ 38-39 องศาเซลเซียส วัดโดยใช้ปรอทสอดที่ทวารหนัก

                   พฤติกรรมเริ่มป่วย
เมื่อปล่อยแปลงจะยืนนิ่งใต้ต้นไม้ตลอดเวลาโดยไม่แทะเล็มหญ้าและไม่เคี้ยวเอื้อง
ไม่เคี้ยวเอื้องเลย ไม่แกว่งหาง ยืนหรือนอนซึมตลอดเวลา ไม่ชอบเคลื่อนไหว
ปัสสาวะมีสีขุ่น หรือเหลืองเข้ม หรือเหลืองปนเขียว มีเลือดปน
อุจจาระเหลว สีแดงหรือมีเลือดปน ถ่ายเป็นมูก มีกลิ่นเหม็นมาก มีพยาธิปน
หัวใจเต้นช้าหรือเร็วกว่าปกติ
หายใจหอบ ถี่ หรือหายใจเบาๆ นานๆ ครั้ง
อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ

การตลาด
การตลาดโคเนื้อนับว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดการดำเนินกิจการของเกษตรกรผู้เลี้ยงดำรงอยู่ ได้หรือไม่ ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีแขกหรือพ่อค้าขายเนื้อท้องถิ่นไปซื้อโคถึงบ้านเกษตรกรผู้เลี้ยง รายย่อย แต่ซื้อจำนวนจำกัดและให้ราคาต่ำ ฉะนั้น ผู้ที่เลี้ยงโคจำนวนมากๆ จึงควรที่จะหาตลาดรับ ซื้อโคของตนเอง ตลาดรับซื้อโค-กระบือ ที่เอกชน และทางราชการกรมปศุสัตว์ได้จัดให้มีขึ้นตาม จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะสอบถามรายละเอียดได้ จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ
นอกจากที่กล่าวแล้วเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในแต่ละท้องถิ่นหรือหมู่บ้านควรจะมีการประชุมและ หารือกันเป็นครั้งคราวทุกเดือน และถ้าเป็นไปได้ควรจัดตั้งตลาดนัดค้าโค-กระบือขึ้นในหมู่บ้านเป็น ประจำ อาจเป็นทุกวันพระปลายเดือนหรือทุกวันเสาร์แรกของเดือนก็ได้ เพื่อใช้เป็นแหล่ง ค้าขายและแลกเปลี่ยนโค-กระบือของเกษตรกรเอง แต่ทั้งนี้ควรจะขอความร่วมมือจากปศุสัตว์จังหวัด มาร่วมดำเนินการ และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตลอดจนพ่อค้าในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ทราบด้วย โดยใช้สื่อมวลชนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศในการประชาสัมพันธ์การจัดตลาดนัดค้าสัตว์จึง จะสำเร็จได้